หลวงปู่หมุน

 เมื่อกล่าวถึงพระเกจิอาจารย์รุ่นเก่า ชื่อของ หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล

เป็นอีกหนึ่งครูบาอาจารย์ ที่มีการพูดถึงในเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ เป็นกลุ่มพระภิกษุสายเหนือโลก ที่มีเรื่องเล่ามากมาย ว่าท่านเป็นจอมขมังเวทย์แห่งยุค ทั้งยังเป็นพระเถระอาจารย์ที่ปฎิบัติดีปฎิบัตรชอบ จนเป็นที่เลื่อมใส ศรัทธา แก่เหล่าศิษยานุศิษย์ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

  หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล สกุลเดิม ศรีสงคราม เกิดเมื่อ พ.ศ.๒๔๓๗ ณ บ้านจาน อําเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ บิดาชื่อ ดี และมารดาชื่อ อั๊ว ครอบครัวมีอาชีพทําไร่ทํานา ตามประสาชาวชนบท

  ในวัยเด็ก หลวงปู่หมุน ท่านมีความป็นอยู่ที่ค่อนข้างยากไร้ เหมือนชาวชนบททั่วไป แต่มีลักษณะพิเศษกว่า เด็กคนอื่นๆ ตรงที่มีความเฉลียวฉลาด อันแสดงให้ เห็นถึงความเป็นอัจฉริยะตั้งแต่เด็กๆ เติบโตมาท่ามกลางกลิ่นอายของธรรมชาติ ป่าดงดิบอันอุดมไปด้วยสัตว์ร้ายนานาชนิด ชอบปรนนิบัติรับใช้พระธุดงค์ที่ผ่านไปมา ตลอดถึงศึกษาวิชาอาคมต่างๆ

  เมื่อกล่าวถึงพระเกจิอาจารย์รุ่นเก่า ชื่อของ หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล เป็นอีกหนึ่งครูบาอาจารย์ ที่มีการพูดถึงในเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ เป็นกลุ่มพระภิกษุสายเหนือโลก ที่มีเรื่องเล่ามากมาย ว่าท่านเป็นจอมขมังเวทย์แห่งยุค ทั้งยังเป็นพระเถระอาจารย์ที่ปฎิบัติดีปฎิบัตรชอบ จนเป็นที่เลื่อมใส ศรัทธา แก่เหล่าศิษยานุศิษย์ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

  หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล สกุลเดิม ศรีสงคราม เกิดเมื่อ พ.ศ.๒๔๓๗ ณ บ้านจาน อําเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ บิดาชื่อ ดี และมารดาชื่อ อั๊ว ครอบครัวมีอาชีพทําไร่ทํานา ตามประสาชาวชนบท

  ในวัยเด็ก หลวงปู่หมุน ท่านมีความป็นอยู่ที่ค่อนข้างยากไร้ เหมือนชาวชนบททั่วไป แต่มีลักษณะพิเศษกว่า เด็กคนอื่นๆ ตรงที่มีความเฉลียวฉลาด อันแสดงให้ เห็นถึงความเป็นอัจฉริยะตั้งแต่เด็กๆ เติบโตมาท่ามกลางกลิ่นอายของธรรมชาติ ป่าดงดิบอันอุดมไปด้วยสัตว์ร้ายนานาชนิด ชอบปรนนิบัติรับใช้พระธุดงค์ที่ผ่านไปมา ตลอดถึงศึกษาวิชาอาคมต่างๆ

  เมื่ออายุ ๑๔ ปี บิดามารดาจึงได้นําตัวไปบรรพชาเป็นสามเณร เพราะเห็นแววว่าน่าจะเจริญในทางพระพุทธศาสนา โดยฝากฝังเป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อสีดา เจ้าอาวาสวัดบ้านจาน พระสงฆ์ผู้เชี่ยวชาญด้านกัมมัฏฐานและเก่งกล้าทางวิชาอาคมต่างๆ

  เมื่อหลวงปู่หมุน ท่านมีอายุได้ ๒๓ ปี (พ.ศ.๒๔๖๐) ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุได้รับฉายาว่า ฐิตสีโล แปลว่า ผู้มีศีลตั้งมั่น โดยมี หลวงพ่อสีดา เป็นพระอุปัชฌาย์ บวชแล้วอยู่จําพรรษา ได้ศึกษาเล่าเรียนอักษรไทย อักษรขอม ฝึกพระกัมมัฏฐาน จากพระอุปัชฌาย์ และครูบาอาจารย์ในเขตใกล้เคียงอยู่พรรษา จึงได้ออกแสวงหาศึกษาความรู้กับครูบาอาจารย์องค์อื่นต่อไป

  ในปี พ.ศ.๒๔๖๔ หลวงปู่หมุน ท่านได้ออกเดินทางไปในที่ต่างๆ ได้ศึกษาทั้งในฝ่ายคันถธุระและวิปัสสนา ตลอดถึงเวทย์วิทยาจากอาจารย์หลายท่าน หลายสํานัก โดยเฉพาะที่สํานักบ้านจิกใหญ่ ซึ่งถือว่าเป็นสํานักตักศิลาในสมัยนั้น อยู่ที่อําเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี แม้กระทั่งแถบเขตชายแดนลาว เขมร หลวงปู่ยังเดินทางไป เพราะเป็นแหล่งรวบรวมความรู้ เกี่ยวกับวิชาเวทย์มนต์ต่างๆ

  หลังจากที่หลวงปู่ได้เดินทางไปแสวงหาความรู้และธุดงค์ตามสํานักต่างๆ จนสําเร็จความรู้ในหลาย สาขาแล้ว ก็ได้เดินทางโดยเท้าเปล่าเข้ากรุงเทพฯ ซึ่ง ได้พํานักอยู่ที่วัดเทพธิดา เพื่อศึกษาบาลืมูลกัจจายน์ จนสอบได้เปรียญธรรม ๕ ประโยคในสํานักเรียนวัดสุทัศนเทพวราราม และขณะเดียวกันได้ศึกษาวิชา อาคมกับสมเด็จพระสังฆราช (แพ) และพระพิมลธรรม (นาค) วัดอรุณราชวรารามอีกด้วย

  ครั้นเมื่อได้ศึกษาและเป็นครูสอนบาลีมูลกัจจายน์ อยู่กรุงเทพฯ หลายปี หลวงปู่หมุน ท่านได้เดินทางตามท่านอาจารย์ทองดี ผู้เชี่ยวชาญทางด้านคาถาอาคม ในยุคนั้นแห่งอําเภอบึงกาฬ จังหวัดหนองคาย ไปทางเหนือและเข้าประเทศพม่า เป็นเวลา ๑ ปี

  จากนั้นได้เดินทางไปภาคใต้ โดยเข้าพํานักอยู่กับพระอาจารย์ทิม วัดช้างให้ จังหวัดปัตตานี อยู่ปฏิบัติกัมมัฏฐานและวิชาอาคมต่างๆ ๑ ปี จึงได้ เดินทางขึ้นมาจังหวัดศรีธรรมราช เพื่อสําเร็จวิชากับพ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ แห่งวัดสวนขันธ์ อยู่ได้ระยะหนึ่งก็เดินทางกลับสู่ภาคอีสาน

  ในช่วงที่หลวงปู่หมุน เดินธุดงค์อยู่แถบอุบลราชธานี ท่านได้พบกับหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต และได้ขอเรียนขอวัตรปฏิบัติตลอดถึงพระกัมมัฏฐาน แต่ไม่ได้เดินทางร่วมคณะธุดงค์ด้วย เพราะติดขัดในเรื่องนิกาย หลวงปู่มั่นยังได้ให้ของที่ระลึกให้หลวงปู่หมุน 2 อย่าง คือ แผ่นจารอักขระใบลาน ม้วนเป็นลูกอมกลม ๆ เขียนเป็นภาษาขอมว่า เย ธมมา เหตุปภวา ฯลฯ เป็นต้น และธนบัตรรัชกาลที่ 8 พร้อมลายเซ็นหลวงปู่มั่น ภายหลังหลวงปู่ได้มอบให้โยมแม่ท่านไป ต่อมาหลวงปู่มีความกังขาสงสัยในกัมมัฏฐานในเรื่องของ จตุธาตุวัฏฐาน ซึ่งเป็นเรื่องของการปฏิบัติในธาตุทั้ง 4 เป็นมูลฐานของอิทธิปาฏิหาริย์ต่าง ๆ จึงได้เดินทางไปกราบของความรู้เพิ่มเติมจาก หลวงปู่แหวน สุจิณโณ ก็ได้รับความกระจ่าง จากนั้นก็ธุดงค์ต่อไป ท่านยังได้ร่ำเรียนวิชาจาก พระอาจารย์สิงห์ วัดป่าสาลวัน หลวงพ่อจาด วัดบางกระเบา

  ต่อมาไม่นานก็ได้ร่ำเรียนวิชามีดหมอมหาปราบจากหลวงพ่อขำ วัดเขาแก้ว และหลวงพ่อเงิน วัดมะปรางค์หลวง ซึ่งวิชานี้หลวงพ่อเดิม พุทธสโร วัดหนองโพ จ.นครสวรรค์ก็เรียนจากหลวงพ่อขำและหลวงพ่อเงิน เช่นกัน นอกจากนี้ในช่วงที่หลวงปู่ธุดงค์มาสู่ภาคตะวันออกแถบจันทบุรี ท่านได้พำนักอยู่กับ หลวงพ่อสอน วัดเสิงสาง กระทั่งหลวงพ่อสอนไว้ใจให้วิชาอาคมและครอบครูให้กับหลวงปู่

  หลวงปู่หมุนนับเป็นหนึ่งในทายาทผู้สืบสายเวทวิทยาพุทธาคมในสายสมเด็จลุนแห่งนครจำปา ศักดิ์ราชอาณาจักรลาวที่ยังดำรงขันธ์อยู่ในปัจจุบัน โดยสมเด็จลุนเป็นที่เลื่องลือในคุณธรรมและอภิญญาอภินิหารอาทิ สามารถเดินบนน้ำได้ ย่นระยะทางได้ แปลงร่างได้ เดินทะลุภูเขาได้กล่าวกันว่าภิกษุสงฆ์ยุคก่อนโน้นต่างดั้นด้นสืบเสาะหาสม เด็จลุน เพื่อฝากตัวเป็นศิษย์ศึกษามหาวิทยาคม ตลอดจนวิปัสสนากรรมฐาน หลวงปู่หมุนเองก็ดั้นด้นธุดงค์ผ่านอุบลราชธานีเข้าประเทศลาวเพื่อสืบเสาะสม เด็จลุน แต่ไม่พบ แล้วมาพักอยู่กับหลายพ่อมหาเพ็ง วัดลำดวน ในช่วงนั้นหลวงปู่ได้ใช้เวลาค้นคว้าศึกษาพระไตรปิฏก ในเรื่องพระวินัยปิฏก และพระอภิธรรม ซึ่งเป็นพระคัมภีร์ที่กล่าวถึงการเจริญกัมฏฐานล้วน ๆ ประมาณ 2 เดือนกว่า แล้วก็ออกธุดงค์กลับสู่ประเทศไทยเข้ากรุงเทพฯ มาพักนักที่วัดหงส์รัตนาราม ต่อมาธุดงค์ไปทางอีสานเข้าสู่ประเทศลาวอีก หลายครั้ง จนกระทั่งท่านมีอายุ 30 ปีกว่าแล้ว คราวนั้นหลวงปู่ได้พบกับฆราวาสชื่ออาจารย์ฉันท์ ซึ่งมีศักดิ์เป็นเหลนของสมเด็จลุน ที่จังหวัดนครพนม โดยเรียนวิชาจากอาจารย์ฉันท์จนหมดภูมิแล้ว อาจารย์ท่านจึงได้แนะนำฝากตัวเป็นศิษย์หลวงปู่ดำเหลนของสมเด็จลุนปรมาจารย์ ใหญ่ที่สืบสายเวทวิทยาพุทธาคมในสายสมเด็จลุน

  ในการฝากตัวเป็นศิษย์ของหลวงปู่ดำนั้น มีกฎเกณฑ์รายละเอียดมากทั้งยังต้องทดสอบภูมิปัญญา และอำนาจของกระแสจิตที่ต้องเข้มแข็งพอที่จะเรียนวิชาของท่านได้ ในรุ่นที่หลวงปู่ฝากตัวเป็นศิษย์นั้นมีมากกว่า 50 รูป แต่หลวงปู่ดำท่านทดสอบวิชา แล้วคัดออกจนเหลือแค่ 3 รูป มีหลวงปู่หมุน หลวงพ่อสงฆ์ (วัดม่วง ลพบุรี) และอีกรูปหลวงปู่ลืมชื่อไปแล้ว สำหรับพิธี ครอบครูของหลวงปู่ดำนั้นมีของยกครูที่หลวงปู่จำได้อย่างแม่นยำคือ 1.ผ้าไตรจีวร 2.บาตร 3.ทองคำหนัก 10 บาท (สำหรับทองคำ จะคืนให้เมื่อเรียนจบ) และมีข้อห้ามประการสำคัญอีกคือ ห้ามสึกตลอดชีวิต ถ้าสึกไปชีวิตก็จะหาไม่

  ในการครอบวิชานี้ถือว่าเป็นสุดยอดเคล็ดวิชา วิทยาคม ในสายของสมเด็จลุน แห่งนครจำปาศักดิ์ ซึ่งกว่าจะเรียนจบต้องใช้ความวิริยะอุตสาหะบำเพ็ญเพียรอย่างมาก ได้จำวัดพักผ่อนวันละ 4 ชั่วโมงเท่านั้น อาหารต้องฉันมื้อเดียว และขั้นตอนสุดท้ายที่จะสำเร็จวิชานี้จะมีการทดสอบอย่างพิสดาร

  อย่างไรก็ตาม เป็นที่เชื่อกันว่าหลวงปู่หมุนท่านสำเร็จวิชาสำเร็จธาตุ 4 มาจากสายสมเด็จลุน ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าวิชาสายนี้ลึกลับเกินปุถุชนคนธรรมดาจะเรียนได้สำเร็จ ผู้ที่จะเข้าถึงได้ต้องเป็นผู้ที่มีบารมีมาแล้วนับชาติไม่ถ้วน เพราะการควบคุมธาตุ 4 ได้นั้นผู้ที่จะสามารถทำการนี้ได้ต้องสำเร็จจตุตฌานเป็นบาทฐานในการทำ และยังต้องมีความเชี่ยวชาญในเรื่องของกสิณจตุธาตุทั้ง 4 ได้แก่ ดิน น้ำ ลม และไฟอีกด้วย

  หลังจากนั้น หลวงปู่ก็กลับมาจำพรรษา ที่วัดบ้านจาน จนได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส และพระอุปัชฌาย์ รับสมณศักดิ์เป็นพระครูชั้นประทวน ที่" พระครูหมุน ฐิตสีโล" หลวงปู่ได้ปฎิบัติศาสนกิจตามที่ได้รับมอบหมายเป็นเวลาถึง 20 ปี จึงลาออกจากทุกตำแหน่ง ต้องการใช้ชีวิตที่เหลือบำเพ็ญสมณธรรมปฏิบัติพระวิปัสสนาธุระ อย่างเดียว ประมาณปี 2487 ในช่วงที่หลวงปู่อายุ 50 ปี ท่านเก็บบริวารออกธุดงค์บำเพ็ญเพียรอยู่ในป่าดงดิบ โดยลำพังแต่ผู้เดียว และในช่วงนี้เองที่หลวงปู่ได้พบกับอาจารย์จ่อยและอาจารย์ขวัญ วัดป่าหนองหล่ม ในระหว่างที่หลวงปู่ธุดงค์โดยบังเอิญ อาจารย์ทั้ง 2 จึงได้นิมนต์หลวงปู่โปรดญาติโยมที่วัดป่าหนองหล่ม หลังจากที่หลวงปู่หมุนเดินธุดงค์แสวงหาธรรม อยู่หลายสิบปี ประมาณปี 2520 ท่านจึงกลับมายังวัดบ้านจาน ซึ่งวัดบ้านจานในยามนั้น มีอายุกว่า 200 ปี อยู่ในสภาพทรุดโทรม ท่านจึงได้พัฒนาวัด สร้างอุโบสถขึ้นมา ด้วยหยาดเหงื่อและแรงจิต ทำให้อุโบสถเสร็จสมบูรณ์ในเวลาอันสั้น

  นอกจากนี้ท่านยังได้ช่วยเหลือลูกศิษย์และสหธรรมิก อีกหลายวัดเช่น วัดป่าหนองหล่ม, วัดโนนผึ้ง ,วัดซับลำใย, และคณะศิษย์วัดสุทัศน์ฯ ในการสร้างถาวรวัตถุของวัด จนเป็นที่มาของ วัตถุมงคลที่ได้รับความนิยมในหลายรุ่นต่อมา ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเมื่อวัตถุมงคลและเครื่องรางของขลังแทบทุกรุ่น ที่ท่านจัดสร้างขึ้น จึงเป็นที่นิยมในหมู่ศิษยานุศิษย์ ด้วยเชื่อในพลังแห่งบุญฤทธิ์จิตตานุภาพของท่าน

จนกระทั่งเมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 11 มี.ค.2546 หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล พระอมตะเถระ 5 แผ่นดิน แห่งวัดบ้านจาน อ. กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ มรณภาพลงอย่างสงบบนกุฎี สิริอายุ 109 ปี 86 พรรษา

ขอขอบคุณข้อมูลจาก 108prageji

ขอขอบคุณ ภาพถ่าย หลวงปู่หมุน ฐิตสีโล อมตะเถระ ๕ แผ่นดิน

ข่าวโดยไผ่ บ่อไร่

Visitors: 244,885