อนุบาลเบตง

โรงเรียนอนุบาลเบตง(สุภาพอนุสรณ์)ประชุมหารือร่วมกันวางแผนกําหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยของสถานศึกษา

ภายหลังคณะรัฐมนตรีคราวประชุมเห็นชอบให้ยกเลิกมติ ครม.เกี่ยวกับการจัดเวรรักษาการณ์ประจำสถานที่ราชการหลังจากที่ผ่านมามีครูและบุคลากรทางการศึกษาเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากการที่ต้องมาปฏิบัติหน้าที่เวรรักษาการณ์

ล่าสุดวันนี้ (31 ม.ค.) ที่โรงเรียนอนุบาลเบตง(สุภาพอนุสรณ์) อ.เบตง จ.ยะลา นายจำลอง จันทรโชติ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลเบตง (สุภาพอนุสรณ์)ได้เชิญประชุมหารือเพื่อร่วมกันวางแผนกําหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยของสถานศึกษา ภายหลังที่คณะรัฐมนตรีมีการประชุมมีและมีมติเห็นชอบให้ยกเว้นให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาไม่ต้องอยู่เวรรักษาการณ์สถานศึกษาและให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยให้ดียิ่งขึ้นโดยให้มีผลตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 23 มกราคม2567 นั้นในการนี้โรงเรียนอนุบาลเบตง (สุภาพอนุสรณ์) จึงได้ประชุมหารือและร่วมกันวางแผนกําหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยของสถานศึกษาและทรัพย์สินของทางราชการตามบริบทและความเหมาะสม โดยมีตัวแทนจากสถานีตำรวจภูธรเบตง ฝ่ายปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ประธานชุมชน เข้าร่วมประชุม ทั้งนี้เพื่อให้ได้ซึ่งมาตรการรักษาความปลอดภัยในสถานที่ราชการและแผนเผชิญเหตุให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2567 ในเรื่องการดูแลรักษาความปลอดภัยในสถานที่ราชการให้แก่สถานศึกษาตามบริบทของพื้นที่และความเหมาะสม

โดยในที่ประชุมด้านตัวแทนจาก สภ.เบตง กล่าวว่า ที่โรงเรียนอนุบาลเบตง(สุภาพอนุสรณ์) มีสายตรวจมาตรวจ โดยได้มีการติดตู้แดงที่หน้าโรงเรียนและมีสายตรวจมาตรวจตลอด 24 ชั่วโมงและจะมีเจ้าหน้าที่มาตรวจตู้แดง ส่วนในช่วงเวลาราชการจันทร์ถึงศุกร์ ช่วงเช้าก็มีการเข้ามาดูแลอำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้กับเด็กนักเรียนและกับครูเพื่อความปลอดภัยของเด็กนักเรียนและแนะนำควรปิดประตูโรงเรียนในขณะที่ทำการเรียนการสอน ส่วนยานพาหนะของผู้ปกครองหรือคนมาติดต่อให้จอดข้างนอกเพื่อเป็นการป้องกันเหตุ

ขณะที่ประธานชุมชน เสนอว่ารอบๆโรงเรียนควรจะสำรวจบรรดาคนวิกลจริตที่มีอยู่หลายคนที่หลับนอนอยู่รอบๆโรงเรียน และประตูหลังโรงเรียนควรทำการใส่กุญแจไว้ตลอดที่มีการเรียนการสอน นอกจากนี้ยังได้ขอความร่วมมือแต่ละชุมชนที่อยู่ใกล้โรงเรียนช่วยเป็นหูเป็นตา โดยทางประธานชุมชนจะแจ้งเป็นเสียงตามสายให้แต่ละชุมชนสอดส่องดูแลหากพบสิ่งผิดปกติให้แจ้งมาที่ครูหรือแจ้งไปยังโรงพักเพื่อให้จนท.ตำรวจเข้ามาตรวจสอบ

ด้านตัวแทนคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานกล่าวว่า การดูแลรักษาความปลอดภัยโรงเรียนในพื้นที่เขตเทศบาลยังไม่น่าเป็นห่วงมากนัก แต่ที่เป็นห่วงคือโรงเรียนที่อยู่รอบนอกเขตเทศบาล ในเบื้องต้นการดูแลรักษาความปลอดภัยโรงเรียนที่อยู่ในเขตเทศบาลจะมี จนท.ตำรวจเวียนมาดูตู้แดง และการสำรวจผู้วิกลจริตที่อยู่รอบๆโรงเรียนต้องมีการดำเนินการเร่งด่วน หากวันไหนเกิดมีอาการคลุ้มคลั่งขึ้นมาจะเอาไม่ทัน  ส่วนการติดสัญญาณเตือนภัยควรมีติดไว้ทุกอาคารเรียน  นอกเหนือจากเหตุคนร้ายเข้ามาก่อเหตุยังกดเตือนในเรื่องอื่นๆไม่ว่าเด็กเกิดอุบัติเหตุ ลูกอมติดคอ ก็สามารถกดสัญญาณแจ้งเตือนได้

ตัวแทนคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานกล่าวอีกว่า ส่วนกล้องวงจรปิดควรมีการติดเพิ่มเติมให้ครอบคลุมทั้งโรงเรียน และต้องมีคนคอยดูหน้าจอตลอด 24 ชม.ด้วย หากไม่มีคนดูก็จะเป็นการเกิดเหตุแล้วถึงได้รู้ ส่วนคนร้ายก็หลบหนีไป ย่อมเกิดความสูญเสียเกิดขึ้น นอกจากนี้หากมีงบประมาณในการจ้างเอกชนมารักษาความปลอดภัยนั้นเป็นเรื่องดี เพราะจะไปให้ทางตำรวจ หรือ ฝ่ายปกครอง นำกำลังมาดูแล 24 ชม.ก็คงไม่ได้ เพราะมีภาระหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานต้องดูแลอยู่ หากมีงบประมาณในการจ้างเอกชนมารักษาความปลอดภัย

อย่างไรก็ตามในการนำเสนอเพื่อให้ได้ซึ่งมาตรการรักษาความปลอดภัยในที่ประชุมนั้นจะได้มีการนำเสนอในที่ประชุมของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลาเขต 3 เพื่อให้ได้ข้อกําหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยของสถานศึกษาต่อไป

ข่าว..เจษฎา สิริโยทัย จ.ยะลา  โทร.064-126-5593

 

Visitors: 244,861