ทุเรียนธารโต ยะลา

ข้าราชการเกษียณช้างไม่ป่วยขายทุเรียนเบตงตั้งโต๊ะรายได้วันละ 10,000 นทท .มาเลย์เผย รสชาติอร่อยไม่เหมือนใคร

ยะลา – ข้าราชการเกษียณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาเบตง หลังเกษียณไม่เหมือนช้างป่วยตั้งโต๊ะขายทุเรียน บ้านมาเลย์ สายพันธุ์ มูซางคิง  กก.350 - 400 บาท ปลูกในพื้นที่อำเภอธารโต  จ.ยะลา ริมเขื่อนบางลาง  รสชาติอร่อย สร้างรายได้ให้อย่างงามในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์

เมื่อวันที่ 22 ก.ค.66 ที่สี่แยกเหลี่ยนหยู่ ใจกลางเมืองเบตง อ.เบตง จ.ยะลา ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย สิงคโปร์ เดินทางเข้ามาพักผ่อน และกินผลไม้ท้องถิ่นของอำเภอเบตง และอำเภอธารโต จ.ยะลา  โดยเฉพาะ ทุเรียนสายพันธุ์ มูซางคิง พวงมณี  โอวฉี่  (หนามดำ) และกุ้งแดง  

 นางสุมณฑา  ยงสุวรรณกุล  ข้าราชการเกษียณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาเบตง  บอกว่า ทุเรียนในเขตอำเภอธารโต  อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เป็นทุเรียนปลูกในสวน อากาศดี และรสชาติดี กับผู้บริโภค ซึ่งทุเรียนเป็นผลไม้ที่อร่อยมาก เป็นที่นิยมบริโภคของ ชาวมาเลเซีย สิงคโปร์ ที่นิยมกินแบบแก่หมายถึงต้อง 90 เปอร์เซ็นต์ เป็นปัจจัยสำคัญ  และปัจจัยที่ 2 ทุเรียนที่ปลูกในสวนต้องได้รับสารอาหารครบ ต้นต้องสมบูรณ์  และอีกส่วน คืออากาศต้องดี  ซึ่งสวนทุเรียนของพี่ชายปลูกริมเขื่อนบางลางใน อ.ธารโต จ.ยะลา ในบริเวณนี้มีความชื่นมาก เนื่องจากอยู่ติดกับเขื่อน  จึงทำให้อากาศดีตลอด ซึ่งต้นทุเรียนชอบ โดยทุเรียนนั้นไม่ชอบอากาศที่ร้อนจนเกินไป  และการตัดลูกทุเรียนในสวน ของพี่ชาย ทุกลูกต้องแก่ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป คือตนเองต้องจดเวลา หมายถึงต้นทุเรียนเริ่มออกดอก เริ่มเป็นลูก จากเป็นลูก เริ่มตัด ต้องมีระยะเวลา ถ้าไปตัดแบบดูว่าลูกทุเรียนสุก ลูกแก่ หรือยังส่วนใหญ่ ซึ่งจะคาดเคลื่อน แล้วปัญหาจะตกกับผู้บริโภค  นางสุมณฑา  บอกอีกว่า เพิ่งมาขายได้ 2 วันก็ได้รับการตอบรับที่ดีเพราะร้านเราขายทุเรียนสวนของเราเองก็จะขายในราคาที่ไม่ได้แพงกว่าร้านคนอื่น  โดยทุเรียนสายพันธุ์พวงมณี กก.ละ 180 บาท  มูซางคิง กก.ละ 350 บาท โอวฉี่ หรือหนามดำ กก.ละ 450-500 บาท ส่วนสายพันธุ์ กุ้งแดง กก.ละ  100-150 บาท ซึ่งในช่วงวันหยุดสัปดาห์ จะขายดีเป็นพิเศษเพราะม