สกมช.
สกมช. เดินหน้ายกระดับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศ ผ่านความร่วมมือ S พร้อมเตรียมความพร้อมรับภัยคุกคามยุค AI และ Post-Quantum
เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.)
จัดงานการประชาสัมพันธ์กิจกรรมสนับสนุนการจัดตั้ง Sectoral CERT ด้านบริการภาครัฐที่สำคัญ" เพื่อผลักดันความร่วม
มือด้านรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา พร้อมเสริมหน่วยงานภาครัฐในการรับมือกับภัยคุกคามไซเบอร์ที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงและซับซ้อนยิ่งขึ้น โดยจะมีการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Articial Intelligence: AI) และการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค Post-Quantum
ภายในงานมีพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงทางไซเบอร์แห่งชาติ และ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อส่งเสริมด้านวิชาการ การวิจัย การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการพัฒนากำลังคนด้านความมั่นคงปลอดภัยไซไซเบอร์ ซึ่งนับเป็น
อีกก้าวสำคัญของการบรณาการความร่วมร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคการศึกษาในการสร้างบคลากรที่มีศักยภาพ รองรับ
การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและภัยคุกคามไซเบอร์โนอนาคต
พลตรี ธีรวุฒิ วิทยากรณ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ กล่าว
การยกระดับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศไทย ผ่านความร่วมมือ Sectoral CFF
หน่วยงานภาครัฐ" โดยกล่าวว่า ปัจจุบันภูมิทัศน์ของภัยคุกคามไซเบอร์ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญจากการประยุกต์ใช้ AI และ Generative AI ในการโจมตีทางโซเบอร์ ส่งผลให้การโจมตีมีความรวดเร็ว ซับซ้อน และสามารถขยายผลได้ในวงกว้างมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน AI ก็เป็นเทคโนโลยีสำคัญที่จะช่วยยกระดับการเฝ้าระวังและการตอบสนองต่อภัยคกคามของหน่วยงานภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากมีการใช้งานภายใต้หลักธรรมาภิบาลและมาตรการด้านความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม
พลตรี ธีรวุฒิ วิทยากรณ์ กล่าวว่า "ในอนาคต การป้องกันภัยไซเบอร์จะไม่ใช่การแข่งชันระหว่างคนกับแฮกเกอร์อีกต่อไป
แต่จะเป็นการแข่งขันระหว่าง AI ของฝ่ายป้องกันกับ A ของฝ่ายโจมตี ดังนั้น ประเทศไทยจำเป็นต้องเตรียมความพร้อม
ตั้งแต่วันนี้ ทั้งในด้านเทคโนโลยี บุคลากร และความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วน เพื่อให้สามารถใช้ AI ได้อย่างปลอดภัย
มีธรรมาภิบาล และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาประเทศ"
รองเลขาธิการ สกมช. กล่าวเพิ่มเติมว่า การรับมือกับภัยคุกคามไซเบอร์ในปัจจุบันไม่สามารถดำเนินการโดยหน่วยงานใด
หน่วยงานหนึ่งได้เพียงลำพัง แต่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมร่วมมือและการแลกเปลี่ยนข้อมูลภัยคุกคามระหว่างหน่วยงาน
อย่างเป็นระบบ จึงเป็นที่มาของการผลักดัน Sectoral CERT ให้เป็นกลโกกลางในการเฝ้าระวัง วิเคราะห์ แจ้งเตือน
และประสานการตอบสนองต่อเหตุการณ์ไซเบอร์ของแต่ละภาคส่วน โดยมี ThaICERT ทำหน้าที่เชื่อมโยงข้อมูลและสนับสนุน
การดำเนินงานในระดับประเทศ เพื่อเสริมสร้าง Cyber Reslience หรือความสามารถในการป้องกัน รับมือ และฟื้นฟู
จากเหตุการณ์ไซเบอร์ ให้หน่วยงานภาครัฐสามารถให้บริการประชาชนได้อย่างต่อเนื่องและมั่นคงปลอดภัย
ภายในงานยังมีการเสวนาในหัวข้อ "Cybersecurity Trends 2027: ภัยคุกคามโซเบอร์ที่หน่วยงานภาครัฐต้องเตรียมพร้อม"
โดยผู้เชี่ยวชาญจาก Palo Alto Networks, Fortinet และ True Corboration ซึ่งร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวโน้ม
ภัยคุกคามไซเบอร์ในอนาคต ผลกระทบของ AI และ Agentic AI ต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ตลอดจน
เสริมสร้าง Cyber Resilience และการยกระดับการป้องกันภัยคุกคามขององค์
บอกจากนี้ ยังมีการบรรยายพิเศษในหัวข้อ "แนวทางการเปลี่ยนผ่านสู่ Post-Quantum Era และการเตรียมความพร้อม
ของประเทศไทย" เพื่อสร้างความตระหนักถึงผลกระทบของ Quantum Computing ต่อระบบการเข้ารหัสข้อมูล
และแนวทางการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยในการเปลี่ยนผ่านสู่มาตรฐานการเข้ารหัสยุคใหม่ รวมถึงการเสวนา
"Beyond IOC: ยกระดับ Sectoral CERT สู่การตรวจจับและรับมือ Generative A-Diven Cyber Attacks" โดยผู้แทนจาก
ThaiCERT, Health-CERT, Energy CERT และ TB-CERT ซึ่งร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การตรวจจับ วิเคราะห์
และรับมือกันภัยคุกคามไซเบอร์ยุคใหม่ พร้อมนำเสนอแนวทางการยกระดับการแลกเปลี่ยนข้อมูลภัยคุกคามจากการใช้ 10C
ไปสู่การวิเคราะห์เชิงพฤติกรรมและการใช้ AI เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานด้าน Cyber Defense ของประเทศ
สกมช. ยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนการพัฒนาระบบนิเวศด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศ ผ่านการบูรณาการ
ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา การพัฒนาศักยภาพบุตลากร การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี
อย่างปลอดภัย และการสร้างเครือข่าย Sectoral CERT ให้มีความเข้มแข็ง เพื่อยกระดับความสามารถของประเทศไทย
ในการป้องกัน รับมือ และฟื้นฟูจากภัยคุกคามไขเบอร์ ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นในการให้บริการภาครัฐและสนับสนุน
การขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศอย่างมั่นคงต่อไป





